| |||||
| |||||
|
หากเป็นไปได้ เมื่อคุณตั้งใจที่จะซื้อรถโดยใช้สินเชื่อ คุณควรติดต่อบ.ไฟแนนซ์ ไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้ทราบวงเงินที่สามารถกู้ได้ และพร้อมซื้อขายทันทีที่พบรถ > เลือกไฟแนนซ์ไหนดี ? บ.ไฟแนนซ์แต่ละแห่งมีการให้บริการที่แตกต่างกันไปตามสภาวะการแข่งขัน ซึ่งข้อเสนอในด้าน อัตราดอกเบี้ย ยอดจัด การประเมินเครดิตผู้ขอกู้ เงื่อนไขผู้ค้ำ ค่าบริการ และรถที่รับจัด ก็จะไม่เหมือนกัน ความน่าเชื่อถือความมั่นคงและวิธีการให้บริการด้วย เพราะในช่วงเวลาที่คุณยัง ต้องติดต่อผ่อนชำระค่างวด กรรมสิทธิ์รถของคุณยังเป็นชื่อของไฟแนนซ์ > ไฟแนนซ์รับจัดรถทุกคันหรือไม่ ? ไม่ทุกคันค่ะ เนื่องจากรถเป็นหลักประกันส่วนหนึ่งของการกู้ ไฟแนนซ์มักเลือก จัดรถที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด ยกเว้นรถที่มีสภาพไม่ดี ถูกเปลี่ยนเครื่อง หรือถูกชนหนัก รถรุ่นที่มีปัญหาด้านอะไหล่หรือศูนย์บริการ เช่น รถนำเข้า รถสปอร์ต หรือรถที่มีอายุการใช้งานมากๆ | |||||
![]() |
เอกสารควรจะครบถ้วนและชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบอนุมัติ รายได้ ทั้งนี้ไฟแนนซ์อาจประเมินและไปสำรวจกิจการร้านค้าเพิ่มเติม > เครดิตดี ดูได้จากอะไร ? ไฟแนนซ์ดูเครดิตของผู้กู้จากประวัติทางการเงิน และประเมินความสามารถ ในการผ่อนชำระโดยดูจาก การมีอาชีพการงานที่มั่นคง มีรายได้สม่ำเสมอ มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง มีรายได้หลังหักภาระค่าใช้จ่ายแล้วมากพอที่จะ จ่ายค่างวด และหากมีหนี้สินก็มีประวัติการผ่อนชำระอย่างตรงเวลาสม่ำเสมอ > ทำไมต้องมีผู้ค้ำประกัน ? เพื่อลดความเสี่ยงหากผู้กู้ไม่ผ่อนชำระค่างวด ไฟแนนซ์จึงกำหนดให้มี ผู้ค้ำประกันที่มีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าผู้ขอกู้ แต่หากคุณจ่ายเงินดาวน์ มากพอ ไฟแนนท์อาจยกเว้นการใช้ผู้ค้ำประกันก็ได้ > กู้ 100% ได้หรือเปล่า ? ไม่ได้ค่ะ ไฟแนนซ์จะกำหนดให้ผู้ขอกู้มีส่วนร่วมในการชำระค่ารถ ในรูปของเงินดาวน์ ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 2030 % ของราคารถ > อัตราดอกเบี้ยรถแต่ละคัน ทำไมไม่เท่ากัน ? เพราะมูลค่าของรถที่ลดลงจากอายุและการใช้งานไม่เท่ากัน ไฟแนนซ์ จึงพิจารณายี่ห้อ รุ่น และปีที่จดทะเบียนประกอบด้วย โดยอัตราดอกเบี้ย ของรถที่ปีเก่าก็จะแพงกว่ารถที่ใหม่กว่า รถกระบะแพงกว่ารถเก๋ง กรุงเทพ และหากต้องการดาวน์น้อยลง-ผ่อนนานขึ้น ดอกเบี้ยก็จะแพงขึ้น | ||||
|
เมื่อผู้กู้และไฟแนนซ์ตกลงเงื่อนไขการกู้ได้แล้ว ก็จะทำ "สัญญาเช่าซื้อรถ" จากนั้นไฟแนนท์จะติดต่อผู้ขายเพื่อทำ"สัญญาโอนลอยรถ" ให้กับไฟแนนซ์ เพื่อนำไปใช้ประกอบ "สัญญาเช่าซื้อรถ" และเตรียมเบิกจ่ายเงินให้กับผู้ขาย แล้วไฟแนนซ์จะใช้เวลาอีก 1-4 วัน เพื่อเตรียมโอนรถ > โอนรถอย่างไร และทำที่ไหน ? การโอนรถจะทำที่กรมการขนส่ง โดยเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์จาก ผู้ขายมาเป็นชื่อไฟแนนซ์ และเมื่อโอนรถกันเสร็จสิ้นผู้ซื้อจะสามารถ นำรถกลับได้ทันทีส่วนผู้ขายก็จะได้รับเงินสองส่วนคือเงินดาวน์จากผู้ซื้อ และเงินยอดจัดจากไฟแนนซ์ > มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ผู้ซื้อต้องจ่าย ? ผู้ซื้อต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่ไฟแนนท์ เพื่อใช้ในการดำเนินการดังนี้ หากรถราคาไม่เกิน 7 แสน ก็ควรเตรียมไว้สองหมื่นค่ะ > รถมีประกันอยู่แล้ว ต้องทำใหม่หรือไม่ ? ไฟแนนซ์มักให้ผู้ซื้อทำประกันภัยใหม่หากประกันเดิมใกล้หมด และมักจะกำหนดให้เป็นประกันชั้น 1 ที่มีวงเงินครอบคลุมยอดจัด | |||||
|
หากโอนรถกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อต้องจ่ายค่างวดให้กับไฟแนนซ์ ตามที่ตกลงกันไว้ > ค่างวดเค้าจ่ายกันยังไง ? มีหลายวิธีค่ะ ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป เช่น โอนเงินผ่านธนาคาร , เคาน์เตอร์เซอร์วิส ,จ่ายเช็คล่วงหน้า ,จ่ายที่ไฟแนนซ์โดยตรง เป็นต้น ทั้งนี้ผู้กู้สามารถเลือกได้แล้วแต่ความสะดวกค่ะ > มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนอกจากค่างวด ? นอกจากค่างวดรายเดือนแล้วจะมีค่าใช้จ่ายหลัก ประกอบด้วย ค่าทำประกันภัยและค่าภาษีรถยนต์รายปี ค่าปรับในกรณี ที่ผู้กู้ไม่ผ่อนชำระตรงตามสัญญา > ผ่อนครบแล้ว ถือว่าเป็นเจ้าของรถแล้วหรือไม่ ? ไม่ค่ะ เพราะ ต้องมีการโอนเปลี่ยนชื่อจากไฟแนนซ์มาเป็นของผู้ซื้อ จึงจะถือว่าเป็นเจ้าของรถโดยสมบูรณ์ค่ะ โทรศัพท์หมายเลข 02 251-0602 ในวัน จ.-ศ. เวลาทำการ rightChoice - rightPeople - rightTime เราได้รวบรวมคำตอบไว้ให้คุณ ที่นี่ | |||||